This Theme Supports a Custom FrontPage

นาซี ได้รับเทคโนโลยีมาจากต่างดาวจริงหรือไม่

นาซี ได้รับเทคโนโลยีมาจากต่างดาวจริงหรือไม่

ช่วงการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พรรคนาซีของเยอรมนีที่นำโดย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ คือผู้นำสูงสุดในการพยายามต่อสู้เพื่อหวังครอบครองโลกใบนี้ เขาใช้วิธีต่างๆ มากมายรวมถึงการสร้างอาวุธที่คนในยุคนั้นแทบไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน จึงเป็นสาเหตุเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าหรือจริงแล้วนาซีเองได้รับเทคโนโลยีอันทันสมัยมากในยุคนั้นมาจากต่างดาวกันแน่ เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนใจจนถึงทุกวันนี้บางคนยังเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แคเรื่องเล่าอย่างที่หลายคนพยายามให้เป็น สรุปแล้วนาซีได้รับเทคโนโลยีมาจากต่างดาวจริงหรือไม่ ขอเริ่มต้นจากที่มาของข่าวลือดังกล่าวกันก่อน จริงแล้วที่มีข่าวลือว่าทำไมพรรคนาซีจึงมีอาวุธอันทรงพลังและรุนแรงจำนวนมากทั้งที่เทคโนโลยีในยุคนั้นไม่น่าเกิดสิ่งต่างๆ ที่ทันสมัยขึ้นได้ เช่น จรวด V2 หรือแม้แต่เครื่องบินขับไล่ที่ได้รับการยกให้เป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นแรกๆ ของโลก นอกจากทั้ง 2 ชนิดที่มีความรุนแรงดังที่ได้กล่าวเอาไว้ข้างต้นแล้วยังมีอีกมากมายที่ไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนแต่เคยมีคนเห็นว่าบรรดาพวกนาซีทั้งหลายใช้อาวุธที่ทันสมัยเข้าต่อสู้ ถึงขนาดว่ากันว่าอาวุธบางอย่างเป็นอะไรที่เหนือการคาดเดามาก บวกกับจานบินที่เคยใช้ทิ้งระเบิดที่นิวยอร์กกับลอนดอนยิ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีว่ายังไงนาซีก็ต้องติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้อย่างแน่นอน คำพูดดังกล่าวเคยมีคำสั่งยืนยันจากปากของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ว่ามีการสั่งทีมงานให้ผลิตอาวุธชนิดรุนแรงสูงเข้ามาใช้งาน โดยทีมงานวิทยาศาสตร์เหล่านี้จัดเป็นหัวกะทิที่มีความเก่งกาจมากทำให้รูปร่างของงานที่ออกมาจึงเหมือนกับจานบินของต่างดาว กระนั้นก็ไม่ได้มีการยืนยันใดๆ อย่างเป็นทางการว่าเทคนิคที่พวกเขาใช้มาจากโลกต่างดาวจริง เหตุผลหนึ่งที่ยืนยันเรื่องนี้ได้เพราะไม่เคยมีใครเห็นว่ามนุษย์ต่างดาวเคยเจอกับมนุษย์โลกจริง แต่ก็ยังคงมีการพูดถึงจานบินรูปไม้กางเขนของพรรคนาซีกันอยู่บ้างแต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครให้ความสนใจใดๆ พอฝ่ายฮิตเลอร์เป็นผู้พ่ายแพ้สงคราม บทสรุปของเรื่องราวนี้คือหากมองกันตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคนาซีเคยติดต่อหรือใช้เทคโนโลยีจากต่างดาวจริง อีกคำถามที่น่าสนใจคือหากยุคนั้นมีมนุษย์ต่างดาวมาถึงโลกได้ทำไมยุคนี้ที่เทคโนโลยีทันสมัยกว่ามากแต่กลับไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้อีกเลย บ้างก็มองว่าเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้รู้สึกว่าพวกเขาแข็งแกร่ง ทันสมัย มีความก้าวหน้าเพื่อหวังให้ศัตรูยอมแพ้เท่านั้น

แนวคิดมนุษย์ต่างดาวบุกโลก เค้ามาทำไม

แนวคิดมนุษย์ต่างดาวบุกโลก เค้ามาทำไม

เรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวมีแนวคิดออกมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบทความทางวิชาการ บทความสารคดี การ์ตูน นวนิยาย หนัง ละครไซไฟที่เราเคยเห็นกันจนชินตา วันนี้เรามาลองตั้งคำถามกันว่า มนุษย์ต่างดาวเค้ามาบุกโลกทำไม ปัจจุบันนี้มีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ลองมาดูกันว่าจะตรงกับที่เราคิดหรือไม่ บุกเพื่อทำสงคราม แนวคิดแรกค่อนข้างจะหม่นหมองสักหน่อย นั่นคือ มนุษย์ต่างดาวหากบุกโลกของเราจริงเป็นเพราะว่าพวกเค้าต้องการทำสงครามกับดาวโลก อาจจะเป็นสงครามแย่งชิงดินแดนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นการแย่งชิงทรัพยากรของโลกที่พวกเค้ากำลังต้องการอยู่ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อากาศ แร่ธาตุ หรือเป็นสิ่งอื่นที่เราคาดไม่ถึง หลบหนีขออาศัย หากเรามีเชื่อว่ามนุษย์บนดาวโลกไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนจักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่นี้ สิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจจะเข้ามาบุกโลกเพื่อขอหลบหนีอาศัยจากภัยบางอย่างก็เป็นได้ บางทีดาวของเค้าอาจจะประสบเหตุบางอย่าง ภัยสงครามจนทำให้ดาวของเค้าตาย จนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ สิ่งมีชีวิตที่เหลือของดวงดาวอาจจะต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อหาที่หลบหนีอาศัย (ลี้ภัย) ก่อนจะกลับไปดาวเดิมอีกครั้งเพื่อฟื้นฟู ศึกษาวิจัย ไม่เพียงแต่เราเท่านั้นที่ต้องการศึกษาวิจัย เพื่อมองหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลกเองก็อาจจะต้องการมองหาสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อวิจัยด้วยเหมือนกัน การบุกโลกอาจจะเป็นไปในลักษณะสันติไม่ได้คุกคาม ไม่ได้ทำร้าย ทำลายอันตรายต่อโลก แต่เป็นไปเพื่อการศึกษาวิจัยความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตบนโลกกับบนดาวของตัวเองเท่านั้น ไม่แน่สิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจจะเข้ามาศึกษาพวกเรานานแบบที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ เผยแพร่วิทยาการ เราเชื่อกันว่า มนุษย์โลกหากเทียบกับดาวดวงอื่นหากมีจริง วิทยาการของเรานั้นยังตามหลังอยู่มาก อาจจะเป็นไปได้ว่าการบุกโลกของเอเลี่ยน มนุษย์ต่างดาวนั้นอาจจะมาเพื่อเผยแพร่วิทยาการความรู้ของตัวเองเพื่อให้โลกได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาทัดเทียมวิทยาการจากโลกอื่น แม้ว่าประเด็นนี้จะเป็นไปได้น้อย แต่ก็เชื่อว่าคงมีมนุษย์ต่างดาวใจดีอยู่บ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นจริงโลกของเราคงจะพัฒนาแบบก้าวกระโดดไปไกลเลยทีเดียว วิทยาการวาร์ป(การเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง)อาจจะเป็นจริงได้ หากมีคนมาแนะนำ หาคนไปอยู่ด้วย แนวคิดสุดท้ายหากมนุษย์ต่างดาวบุกโลกมาจริง อาจจะเป็นการมาเพื่อชักชวน หรือ บังคับRead more about แนวคิดมนุษย์ต่างดาวบุกโลก เค้ามาทำไม[…]

Area 51 กับความลับที่หลายคนอยากจะรู้

Area 51 กับความลับที่หลายคนอยากจะรู้

โลกของเราใบนี้แม้ว่าจะมีวิวัฒนาการมากขึ้นถึงขนาดใช้ดาวเทียมไปส่องบ้านคนอื่นได้เพียงปลายนิ้วจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ว่าบางพื้นที่แม้จะอยากรู้สักเท่าไรก็ทำได้เพียงแค่มองเห็นจากภายนอก รู้เพียงแค่ชื่อของมันเท่านั้น Area 51 ก็เป็นอีกหนึ่งบริเวณของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีความลับเยอะมาก ในนั้นมีความลับอะไรบ้างที่หลายคนอยากรู้ ความลับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ดินแดน Area 51 นี้ความลับที่คนทั้งโลกอยากจะรู้มากที่สุดนั่นก็คือ ความลับเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว หลายคนอยากรู้ว่าภายใต้โครงการอันลึกลับซับซ้อนแห่งนี้ ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวอยู่หรือไม่ บางคนเชื่อว่าได้จับตัวมนุษย์ต่างดาวเอาไว้เพื่อทดลองอีกต่างหาก ซึ่งสุดท้ายรัฐบาลสหรัฐไม่ว่ายุคไหนต่างก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีมนุษย์ต่างดาวแต่อย่างใด ซึ่งเราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าการออกมาปฏิเสธในครั้งนี้เป็นเรื่องจริง หรือไม่ ยิ่งเคยมีคนเห็นวัตถุประหลายลอยฟ้า UFO เหนือน่านฟ้าแถวนั้นยิ่งทำให้เชื่อกันไปอีกว่าในมีมนุษย์ต่างดาว โครงการทดลองอาวุธของอเมริกา Area 51 ความลับข้อต่อไป ต้องถือว่าเป็นความลับขั้นสูงสุดของประเทศสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้นั่นก็คือ โครงการทดลองอาวุธ เพราะว่า Area 51 เป็นพื้นที่ทางทหารสำหรับการทดลอง ผลิต พัฒนา วิจัย อาวุธ ยุทโธปกรณ์ของประเทศ นั่นทำให้ในนั้นมีความลับทางความมั่นคงซ่อนอยู่ด้วย ทางการจึงพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึง Area 51 เพราะหากพูดมากเกินไปอาจจะทำให้ความลับทางการทหารรั่วไหลได้ เอาจริงก็อยากรู้นะว่า Area 51 เค้ากำลังผลิตอาวุธอะไร วิจัยทำอะไรกันอยู่ การไปเหยียบดวงจันทร์ในประวัติศาสตร์ ดวงจันทร์แม้ว่าจะเป็นบริวารของโลก แต่การไปสำรวจบนดวงจันทร์เราทำน้อยมาก ครั้งสำคัญต้องเป็นเหตุการณ์ที่นีล อาร์มสตรอง ได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เป็นคนแรกจากประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าการไปสำรวจดวงจันทร์ในครั้งนั้นเป็นเรื่องโกหก ทุกอย่างถูกจัดฉากสร้างขึ้นภายใต้พื้นทีพิเศษRead more about Area 51 กับความลับที่หลายคนอยากจะรู้[…]

ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวในปี 2018

ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวในปี 2018

13 มกราคม พ.ศ. 2561 นักล่า UFO กล่าวอ้างว่ายาน Rover ได้ออกไปสำรวจดาวอังคารและองค์การ NAZA สามารถถ่ายติดภาพมนุษย์ต่างดาว 2 ร่าง กำลังยืนอยู่พื้นผิวบนดาวอังคาร แต่ถึงกระนั้นก็ตามเหล่านักวิทยาศาสตร์ไม่เชื่อกับความคิดเช่นนี้ โดยพวกเขาสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็นหินรูปทรงแปลกมากกว่า แต่ทางฝ่ายนักล่า UFO พวกเขาอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน UFO ได้ตรวจสอบภาพถ่ายจากยาน ROVER พร้อมออกไปสำรวจดาวอังคารของ NAZA พร้อมกล่าวอ้างว่า พวกเขาพบเห็นสิ่งมีชีวิตคู่หนึ่งแลดูคล้ายมนุษย์ ปรากฏให้เห็นอยู่บริเวณแนวหินของดาวแดง โดยพวกเขามักใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน เพื่อตรวจสอบภาพถ่ายซึ่งเผยแพร่โดย NAZA และแน่นอนว่าการค้นพบภาพนี้ สร้างความตื่นเต้นแก่พวกเขาเป็นอย่างมาก จนถึงขนาดยกย่องว่ามันเป็นหนึ่งในภาพถ่ายดีเยี่ยมที่สุดซึ่งเคยถูกถ่ายได้บนดาวอังคาร แต่ถึงกระนั้นก็ตามบรรดาเหล่านักวิทยาศาสตร์ ต่างออกมาเพื่อปฏิเสธสมมติฐานดังกล่าว โดยกล่าวว่าภาพเหล่านี้ น่าจะเป็นแค่ภาพลวงตา หรือเป็นแค่หินรูปร่างประหลาดแค่นั้นเอง องค์กร NAZA ใช้เวลานานหลายปี ในการค้นหาเรื่องจริงที่เกี่ยวกับ Aliens บนดาวอังคาร โดยผลการค้นพบบางส่วนแสดงให้เห็นว่าเมื่อนานมาแล้วดาวอังคารสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ หากแต่ก็ไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใดๆ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ถึงแม้มนุษย์โลกจะยังไม่พบหลักฐาน ที่สร้างประจักษ์ชัดเกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว หากแต่นักวิทยาศาสตร์ขององค์กร NAZA รายหนึ่งเชื่อว่าRead more about ความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวในปี 2018[…]

การ์ตูนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เด็กทั่วโลกต้องดู

การ์ตูนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เด็กทั่วโลกต้องดู

มนุษย์ต่างดาว หรือ Alien เป็นสิ่งที่มนุษย์หลายๆคนมีความเชื่อว่า อาจมีอยู่จริงหากแต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานอย่างกระจ่างชัด เป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลก สำหรับความคิดของมนุษย์ส่วนใหญ่ มักจะคิดถึงรูปลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาว ในลักษณะคล้ายมนุษย์ หากแต่มี ร่างกายสีเขียว , หัวโต , ตาโต แขนและขายาว เดินทางไปมาในอวกาศด้วยจานบินเทคโนโลยีขั้นสูง มนุษย์ต่างดาว หรือ Alien ได้รับคำนิยาม คือ เป็นชีวิตที่ไม่ได้ถือกำเนิดมาจากโลกของเรา พูดง่ายๆคือมาจากนอกโลกนั่นเอง สำหรับรูปแบบสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ อาจมาจากระยะแรกเริ่มของสิ่งมีชีวิตประเภทแบคทีเรียขั้นพื้นฐาน หากแต่เปรียบได้ดั่งกับสิ่งมีชีวิตอันแสนเรียบง่าย จวบจนถึงขั้นอาจมีความซับซ้อนมากกว่ามนุษย์ หรืออาจจะเป็นลักษณะของ VIRUS ที่มีการดำรงชีวิตอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลกก็เป็นได้ ‘มนุษย์ต่างดาว’ เป็นสิ่งมีชีวิตอันน่าพิศวงที่ถูกเล่าขานในโลกของเรามาอย่างยาวนานแล้ว ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกนำมาทำเป็นต้นแบบของภาพยนตร์และการ์ตูนมากมายหลายร้อยเรื่อง และในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับการ์ตูนจาก 2 ประเภทที่หยิบนำความเป็น ‘มนุษย์ต่างดาว’ มานำเสนอกันดีกว่า Ben 10 การ์ตูน TV Animation ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเรื่องราวของ Ben 10 เริ่มจากตัวเอกของเรื่อง เด็กชายนาม Benjamin Ben Tennyson ขณะที่เขากำลังใช้วันหยุดในช่วงฤดูร้อนกลางป่า เขาได้เผอิญไปเจอกับดาวตกRead more about การ์ตูนเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เด็กทั่วโลกต้องดู[…]

รวมหลักฐาน มนุษย์ต่างดาว UFO ถูกพบเจอทั่วโลก

รวมหลักฐาน มนุษย์ต่างดาว UFO ถูกพบเจอทั่วโลก

เรื่องของมนุษย์ต่างดาวรวมถึงเรื่องของยาน UFO ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวดังกล่าวมีจริงหรือไม่ เคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเรื่องตลกที่ถูกเล่าต่อกันมาจนคนรุ่นหลังๆ คิดว่านี่คือสิ่งที่โลกปิดบังเอาไว้ อันที่จริงหากบอกว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริงมันคงตอบยากเพราะเราทุกคนไม่ได้เห็นกับตาตนเองหรือยังไม่เคยมีใครยืนยันแบบน่าเชื่อถือว่าสิ่งต่างๆ นอกโลกมีหน้าตาเป็นแบบไหน ทว่าสิ่งที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้เป็นการรวมเอาหลักฐานที่เชื่อว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว UFO ซึ่งคนพบเจอจากทั่วโลก มีอะไรบ้างไปรู้จักกัน รวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญกับการค้นพบมนุษย์ต่างดาว UFO เรื่องแรกใช้ชื่อว่า The Starchild Skull เป็นเรื่องของการขุดค้นพบหัวกะโหลกระหว่างการขุดเหมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก คนที่พบเข้าคือคนงานในเหมืองดังกล่าว ลักษณะของกะโหลกศีรษะที่ถูกขุดพบคล้ายคลึงกับกะโหลกของมนุษย์ทว่ามันมีความผิดปกติไปจากคนทั่วไปเพราะใหญ่กว่าของมนุษย์หลายเท่า การค้นพบนี้ระบุว่ากะโหลกดังกล่าวได้ถูกฝังรวมกับเศษซากกระดูกคนทั่วไป ต่อมานักศัลยแพทย์และมานุษยวิทยาได้นำเอาไปตรวจและวิจัยด้วยความละเอียด ทำให้พบว่าสิ่งนี้คงไม่ใช่กะโหลกมนุษย์อันเกิดจากความพิการหรือบกพร่องใดๆ แน่ ทำให้เกิดการสันนิษฐานขึ้นมาทันทีว่าอาจเป็นกะโหลกของมนุษย์ต่างดาวก็ได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลอีกเรื่องระบุว่าการตรวจ DNA ของกะโหลกดังกล่าวไม่ใช่ของมนุษย์อีกด้วย ทั้งนี้ยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ เรื่องต่อมาคือ Angel Hair ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ชิ้นหนึ่งที่ยังไม่สามารถระบุที่มาที่ไปได้แถมพบเจอได้ยากทีเดียว ลักษณะของปรากฏการณ์ดังกล่าวคือเป็นเหมือนเส้นไหมสีขาวเกาะโยงไปเรื่อยๆ เหมือนใยแมงมุม พอลองเอาวัตดุหรือแม้แต่มือเราไปสัมผัสมันจะหายไปในพริบตา ส่วนมากมักพบในนิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, อเมริกาเหนือ และยุโรปฝั่งตะวันตก จึงว่ากันว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวกับ UFO กับมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลกของเราก็เป็นได้เหมือนกัน เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของแสงลึกลับซึ่งเคยมีคนพบเห็นที่รัฐมิสซูรีและโอกลาโฮมา เป็นแสงสีส้ม ขนาดประมาณลูกเบสบอล หมุนเป็นวงกลมขึ้นลงด้วยความเร็วสูงจากนั้นก็หายไปเฉยๆ แถมยังบอกด้วยว่าสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 ทว่าไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก กระทั่งมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไรแน่ กระนั้นสิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องปริศนาและไม่สามารถค้นพบคำตอบอันชัดเจนได้ว่ามนุษย์ต่างดาว UFO มีจริงหรือไม่ เป็นการคาดเดาจากหลักฐานที่เกิดขึ้นทั้งหมดซึ่งพบเห็นได้จริงบนโลกของเรา

งัดหลักฐาน มนุษย์ต่างดาว มีจริงไหม ชัวร์ มั่วนิ่ม

งัดหลักฐาน มนุษย์ต่างดาว มีจริงไหม ชัวร์ มั่วนิ่ม

ยังคงเป็นปริศนาที่หาคำตอบไม่ได้แบบ 100% ว่าสรุปแล้วเรื่องของมนุษย์ต่างดาวคือสิ่งที่มีจริงหรือไม่ เป็นเรื่องราวที่คนอ้างว่าตนเองพบเจอก็กล้ายืนยันว่าสิ่งเหล่านี้มีจริงขณะที่คนจำนวนมากซึ่งไม่เคยพบเจอมาก่อนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยมีเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นบนโลกมาก่อน จนคนที่เคยเจอต้องเอาหลักฐานต่างๆ ที่ตนเองพอมีมาบอกเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ชีวิตแบบเหลือเชื่อ แต่จะชัวร์หรือมั่วนิ่มต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง หลักฐานเด็กเรื่องมนุษย์ต่างดาวสรุปมีจริงหรือมั่วนิ่ม หลักฐานแรกไปกันยังประเทศนิวซีแลนด์เมื่อช่วงปลายปี 2010 กองทัพทหารได้มีการออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเอกสารอ้างว่ามีการค้นพบมนุษย์ต่างดาวเป็นวัตถุลึกลับคล้ายกับว่าเป็นจานบิน UFO โดยเอกสารนี้ยังระบุด้วยซ้ำว่าจานบินดังกล่าวค้นพบมาตั้งแต่ปี 1954 – 2009 หรือกว่า 50 ปีมาแล้ว ความพิเศษของหลักฐานนี้ยังระบุเกี่ยวกับลักษณะของจานบินเอาไว้อีกด้วย มีการระบุรายละเอียดหน้าตาของมนุษย์ต่างดาวที่มีการสวมหน้ากากฟาโรห์ อีกทั้งยังมีเรื่องภาษาเขียนจากต่างดาวมาเป็นหลักฐานเด็ด หลักฐานชิ้นต่อมาไปกันที่ไซบีเรีย เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการบินได้มีการอ้างถึงเสียงจากวัตถุลึกลับ ระบุว่าเสียงของมนุษย์ต่างดาวเป็นเหมือนเสียงผู้หญิง ทว่าสัญญาณที่เขาได้ยินไม่เข้าใจว่าคือภาษาอะไรอยู่บนหน้าจอควบคุมบริเวณพื้นที่เมืองยาคุตสค์ รัสเซีย ความน่าสนใจคือวัตถุที่ว่านี้มีการเคลื่อนที่ระดับ 5,000 ไมล์ / ชม. สามารถเปลี่ยนทิศทางได้เร็วทั้งที่วัตถุรอบๆ ตัวพวกมันเคลื่อนไหวได้ช้ามาก อีกจุดเป็นนครเยรูซาเล็ม มีคนบันทึกเรื่องราวของวัตถุประหลาดลักษณะคือเหมือนแสงไฟขนาดเท่ากับลูกบอลอยู่บริเวณเหนือแท่นบูชาบริเวณศาสนสถานของคนอิสราเอล อีกทั้งแสงไฟดังกล่าวยังเคลื่อนไหวแบบเป็นจังหวะอยู่เหนือศาสนสถานดังกล่าวด้วย จากนั้นมันค่อยๆ พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแบบรวดเร็ว พูดถึงต่างประเทศมาหลายแห่งลองมาดูหลักฐานในบ้านเราบ้างดีกว่า เจ้าหน้าที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่งได้มีการขึ้นไปใกล้ๆ กับสถานปฏิบัติธรรมวัดถ้ำพระภูวัว อ.เซกา จ.หนองคาย เพราะต้องการชื่นชมกับความงดงามตามธรรมชาติแล้วทำการบันทึกวีดีโอเอาไว้ถึงความงดงาม ปรากฏว่าเมื่อกลับมาเปิดอีกครั้งพบเหมือนวัตถุบางอย่างบินผ่านไปเร็วมากๆ พร้อมกันนี้เชื่อว่าหากเป็นเครื่องบินทั่วไปยังไงก็บินเร็วแบบนี้ไมได้แน่จึงยังคงสงสัยว่านั่นคืออะไร จะว่าไปแล้วในเมือยังไม่มีใครพบเจอแบบตัวเป็นๆ และได้พูดคุยจริงจังก็ยังคงสรุปไม่ได้ชัดว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่กันแน่